หลักการเรียนรู้ของกลุ่มเกสตัลท์
เกิดจากนักจิตวิทยาชาวเยอรมันในราวปีค.ศ.1912 โดยผู้นำกลุ่มคือเวอร์โธเมอร์ (Wertheimer) โคห์เลอร์ (Koher) คอฟฟ์กา (Koffka) และเลวิน(Lewin)
การเรียนรู้ย่อมเกิดขึ้น 2 ลักษณะคือ
1.การรับรู้ (Perception)
หมายถึงการแปลความหมายหรือการตีความหมายต่อสิ่งเร้าของวัยวะรับสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งทั้ง5 คือ หู ตา จมูก ลิ้น ผิวหนัง ซึ่งการตีความหรือกการแปลความหมายนั้นจะอาศัยประสกราณ์เดิม จึงก่อให้เกิดการแปลความหมาหรือการตีความหมายต่างกัน
เช่น นาย A เห็นวงกลมแ้วนึกถึงลูกบอล แต่ นายBเห็นวงกลมแล้วนึกถึงส้ม เป็นต้น
การเรียนรู้ของกลุ่มเกสตัลท์ ที่เน้น"การรับรู้เป็นส่วนรวมมากกว่าส่วนย่อย" นั้น ได้สรุปเป็นกฎการเรียนรู้ของ ทั้งกลุ่ม ออกเป็น 4 กฎ
1. กฏแห่งความแน่นอนหรือชัดเจน (Law of Pragnanz)
หากต้องการให้มนุษย์เกิดการรับรู้ในเรื่องเดีนวกันนั้นต้องอาศัองประกอบ2ส่วนคือ
- ภาพหรือข้อมูลที่ต้องการให้รับรู้(Figure)
- ส่วนประกอบหรือพื้นฐานของการรับรู้ (Background or Ground) กำหนด Figure และ Background ของเกสตัลท์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถทำ ให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ด้วยการรับรู้อย่างเดียวกันได้เพราะมีความแน่นอนและชัดเจน
จากภาพจะเห็นว่าเป็นนางฟ้า หรือว่า ปีศาจ
ถ้ามองสีดำเป็นภาพสีขาวเป็นพื้น จะเห็นเป็นรูปอะไร
แต่ถ้ามองสีสีขาวเป็นภาพสีดำ เป็นพื้น จะเห็นเป็นรูปอะไร
แต่ถ้ามองสีสีขาวเป็นภาพสีดำ เป็นพื้น จะเห็นเป็นรูปอะไร
จากภาพเห็นว่าเป็นรูปพานหรือว่าเป็นรูปคน 2 คนหันหน้าเข้าหากัน
ถ้าดูสีขาวเป็นภาพ สีดำเป็นพื้นก็จะเป็นรูปพาน ถ้าดูสีดำเป็นภาพ สีขาวเป็นพื้น
ก็อาจจะเห็นเป็นรูปคน 2 คน หันหน้าเข้าหากัน
ถ้าดูสีขาวเป็นภาพ สีดำเป็นพื้นก็จะเป็นรูปพาน ถ้าดูสีดำเป็นภาพ สีขาวเป็นพื้น
ก็อาจจะเห็นเป็นรูปคน 2 คน หันหน้าเข้าหากัน
2. กฏแห่งความคล้ายคลึง (Law of Similarity)
ใช้เป็นหลักการในการวางรูปกลุ่มของการรับรู้ เช่น กลุ่มของสิ่งเร้าใด ๆ ก็ตาม ที่มีรูปร่าง ขนาด หรือสี ที่คล้ายกัน คนเราจะรับรู้ว่า เป็นสิ่งเดียวกัน หรือพวกเดียวกัน
3. กฏแห่งความใกล้ชิด (Law of Proximity)
ถ้าสิ่งใด หรือสถานการณ์ใดที่เกิดขึ้นในเวลาต่อเนื่องกัน หรือในเวลาเดียวกัน มนุษย์จะรับรู้ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกันเป็นพวกเดียวกัน หมวดหมู่เดียวกัน
ถ้าสิ่งใด หรือสถานการณ์ใดที่เกิดขึ้นในเวลาต่อเนื่องกัน หรือในเวลาเดียวกัน มนุษย์จะรับรู้ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกันเป็นพวกเดียวกัน หมวดหมู่เดียวกัน
4. กฏแห่งการสิ้นสุด (Law of Closure)
แม้ภาพหรือสถานะการณ์ยังไม่สิ้นสุดหรือเสร้จสมบูรณ์ มนุษย์ก็จะเกิดการเรียนรู้ได้
5. กฎแห่งความต่อเนื่อง (Law of Continuity)
สิ่งเร้าที่มีทิศทางในแนวเดียวกัน ซึ่งผู้เรียนจะรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน
6. กฎแห่งความสมบูรณ์ (Law of Closer)
หากบุคคลรับรู้ภาพรวมของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วจะมีความคงที่ในการรับรู้สิ่งนั้ในลักษณะเดิมแม้ว่าสิ่งเร้าจะได้แปรเปลี่ยนไปในแง่มุมอื่น
2. การเรียนรู้จากการหยั่งเห็น (Insight)
คือการใช้ประสการณ์เดิมเผชิญหรือแก้ปหาที่เกิดขึ้น


